ผักสวนครัวปลูกง่าย ตามวิถีพอเพียง

  • Posted by: admin
  • 2017-08-01

ผักสวนครัวปลูกง่าย ตามวิถีพอเพียง

การปลูกผักในครัวไม่ได้ยากอย่างที่คิด อยู่ที่ว่าเรามีความตั้งใจในการปลูกมากแค่ไหนวันนี้เรามีผัก 8 ชนิดที่ปลูกได้เองง่ายมาฝากค่ะ
ถ้าเพื่อนๆปลูกเองได้ทำไมต้องซื้อ! ใช่แล้วค่ะวันนี้เราเลยนำผักสวนครัวปลูกง่ายไว้กินในครัวเรือนที่สำคัญเพื่อนๆที่อยู่คอนโดจะปลูกในกระถางก็ได้นะ แถมเป็นผักสวนครัวที่ไม่ว่าบ้านไหนก็ขาดไม่ได้ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย

1.ผักกาดหอม หรือผักสลัด ขอเอาใจสาย healthy กันด้วยผัดสุดฮิตที่คนรักสุขภาพรักหุ่นต้องกิน แต่ถ้าต้องซื้อบ่อยๆเห็นทีเงินพี่ก็ลดน้อยถอยลง วันนี้เราเลยจะมาแนะนำการปลูกไว้ทานเองแบบง่ายๆค่ะ วิธีปลูก เพียงนำโคนต้นที่เหลือไปแช่ในชามที่มีน้ำอยู่ก้นชาม แล้วนำชามนั้นไปตั้งไว้ในที่แสงแดดส่องถึงแต่ไม่ต้องถึงกับร้อนมากนะคะหลังจากนั้น 3-4 วัน เพื่อนก็จะเห็นรากของมันเริ่มงอกออกมา หลังจากนั้นก็นำผักกาดหอม หรือผักสลัดนั้นไปปลูกลงดินได้เลย
2.ใบเตย หรือเตยหอม ใช่แล้วค่ะแค่พูดชื่อก็บอกได้เลยคุณประโยชน์ก็สารพัด ทั้งใส่ในขนมก็หอมหวานหรือจะต้มทานน้ำก็ชื่นใจ งานนี้ถ้าเราพลาดไปเสียดายแย่ วิธีปลูก การปลูกก็ไม่ยากเลยค่ะ เพียงเดินไปตลาดหาซื้อใบเตยมาสัก 1 กำมือ จากนั้นนำมาแช่น้ำไว้ให้ท่วมแค่ตรงโคน พอรากยาวพอประมาณ เราก็เริ่มนำไปปลูกลงกระถาง หากต้องการขยายพันธุ์ก็ต้องใช้กระถางใบใหญ่เพื่อการแตกหน่อใหม่ค่ะ
ที่สำคัญใบเตยไม่ชอบแสงแดดแรงๆ ยังไงก็ระวังกันด้วยนะคะ แต่ที่เตยโปรดปรานเป็นที่สุดก็คือน้ำในกระถางต้องชุ่มอยู่ตลาดเวลา การเลี้ยงคล้ายบัว จะใช้ดินเหนียวในการปลูกก็ได้นะคะ
3.ผักคื่นฉ่าย Celery ผักคื่นฉ่ายเป็นพืชล้มลุก ปลูกง่ายประโยชน์ดี มีอยู่ 2 สายพันธุ์ สายพันธุ์แรกก็คือ ขึ้นฉ่ายฝรั่งและขึ้นฉ่ายจีน ต่างกันที่ขนาดของลำต้น ส่วนสรรพคุณทางยาก็มีมากเพราะขึ้นฉ่าย เป็นผักที่มีโพแทสเซียมสูง จึงช่วยในการขยายตัวของหลอดเลือด ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดได้เป็นต้น วิธีปลูก วิธีการปลูกก็ไม่ยากค่ะเพียงแค่ตัดท่อนปลายของลำต้นหลังจากการใช้งาน แล้ววางลงในชามที่บรรจุน้ำไว้เล็กน้อย จากนั้นนำชามไปวางไว้ในที่ๆ แสงแดดส่องถึงโดยตรง ประมาณ 1 สัปดาห์ผ่านไป คุณจะเริ่มเห็นใบอ่อนแทงยอดออกมาจากโคนต้น จากนั้นค่อยย้ายต้นคื่นฉ่ายไปลงดินได้เลยค่ะ
4. พริก อีกสิ่งที่ทุกครัวไทยขาดไม่ได้นั้นก็คือพริกนั้นเอง ที่สำคัญสรรพคุณในทางการแพทย์ ก็เลิศหรือเกินเพราะในพริกมีสารแคปไซซิน สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคกระเพาะอาหารได้นั้นเอง วิธีปลูก ส่วนวิธีการก็เพียงแค่นำเมล็ดพริกไปหยอดในหลุมที่เตรียมไว้หลุมละ 3 – 5 เมล็ดกลบแล้วก็รดน้ำ แต่พริกเป็นพืชที่ทนแล้งดีกว่าทนน้ำแต่ในระยะที่พริกเริ่มออกดอก ก็ให้น้ำวันละ 2 ครั้งเช้า-เย็น และค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ จนผ่านไป 7 สัปดาห์ก็ให้น้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
พริกจะเริ่มให้ผลผลิตหลังจากปลูกแล้ว 2 เดือนครึ่งถึง 3 เดือน ในระยะแรกผลผลิตจะได้น้อยและจะค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ ควรเก็บเกี่ยวอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ผลผลิตจะเริ่มลดลงเมื่อพริกเริ่มแก่. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth